2012/Oct/13

วันนี้เราสอบ Ielts ครั้งแรกในชีวิต
 
          รู้สึกเหมือนตัวเองทำลายโอกาสที่ดีไปยังงัยไม่รู้ เพราะ ถามว่าพอจะเข้าใจคำถามไหม ก็พอเข้าใจนะ แต่ มันลนอ่ะ แถมเมื่อคืนตื่นเต้นนอนไม่ค่อยหลับอีก เลยตอบอะไรไปก็ไม่รู้ เฮ้ออออออ 
 
          การสอบวันนี้ได้สอบพร้อมกับเพื่อนถาปัดเกษตร และ เพื่อนที่เรียน IDP ห้องเรียนเดียวกัน ขอขอบคุณเพื่อนทั้ง 2 มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างยิ่งจ้า 

Spoil ข้อสอบ และความรู้สึก : 

ทั่วๆไป :
           - ควรไปถึงสถานที่สอบเร็วๆ (เราสมัคร IDP ไว้ สอบฟังอ่านเขียนจะสอบที่มณเฑียรถนนสุรวงศ์ ส่วนการพูดสอบที่ CP Tower ซึ่งเป็นสำนักงานของ IDP)
          - เข้าห้องน้ำได้ก่อนสอบ และ ตอนสอบอ่านและเขียน แต่ทุกครั้งที่ออกจากห้องสอบต้องเอาบัตรประชาชนติดไปด้วย และ จะกลับเข้าห้องอีกครั้งต้องแสดงบัตรประชาชนและแสกนลายนิ้วมือก่อนเข้าห้อง
          - หมายเลขสอบของเราคือ 004931 
          - ก่อนจะเริ่ม Part ใดๆ จะมีคำชี้แจง เช่น วิธีการเขียนชื่อ และ การฝนหมายเลขประจำตัวผู้เข้าสอบ เป็นต้น 
          - ตอนสมัครสอบจะต้องถ่ายรูปโดยกล้องของเจ้าหน้าที่ เพื่อเปรียบเทียบกับบัตรประชาชน ใครที่ฝากคนอื่นสมัครให้ จะต้องมาถ่ายรูปหน้าสนามสอบ
          - ต้องฝากของทุกอย่างเข้าห้องสอบไม่เว้นมือถือและกระเป๋าเงิน เข้าไปแต่ตัวเท่านั้น (ในห้องสอบมีดินสอและยางลบให้)
 

ข้อสอบการฟัง :
1) บทสนทนาเกี่ยวกับ การสมัคร คลับการแสดงอะไรสักอย่าง ก็ 
          - ต้องเติมคำในบทสนทนาในโจทย์ ไปว่า ตอนนี้มีสมาชิกกี่คน / ใครสมัครได้ใครห้ามสมัคร / ชื่อสถานที่ / วันเวลาที่เปิดรับ 
          - จับคู่แผนการดำเนินงานของคลับว่า เดือนนี้จะมีกิจกรรมอะไร  
          - ตัวเลือก แล้วถามคำถามเช่น บทละครที่กำลังจะแสดงเป็นเรื่องแนวไหน / เดิมทีเป็นบทสำหรับแสดงที่ไหน (โรงภาพยนต์ / โรงละคร / ...)
2) อารมณ์ประมาณไกด์ บรรยายให้นักท่องเที่ยว อันนี้เติมคำอย่างเดียว ก็ต้องเติมประมาณว่า สถานที่นี้จัดแสดงอะไร / เดินทางมาได้อย่างไร 
3) เป็นคน 2 คนคุยกัน เรื่อง Bricks made from waste : [น่าจะเข้าทาง แต่ ฟังไม่ทันอย่างแรง +นึกถึงอาจารย์สิงห์ขึ้นมาเลย] ข้อสอบก็เป็นตัวเลือก ถามประมาณว่า ตัวละครอ่านหนังสือเรื่องนี้ไปทำไม / ข้อดีของ Bricks ที่กล่าวถึงในบทสนทนาคืออะไร และ อีกส่วนนึง เหมือนว่าเขาจะเปรียบเทียบอิฐจากขยะ 2 ชนิด (อันนึงชื่อ bitublock หรืองัยเนี่ย) มีตัวเลือกมาให้แล้วเลือกสิ่งที่บทสนทนาพูด
4) เป็นการฟังบรรยายถึงเรื่องโฆษณา พวก บิลบอร์ด และ เติมคำในช่องว่าง เพื่อให้ บทสรุปจากการฟังบรรยายนี้เป็นบทสรุปที่สมบูรณ์ 
ความรู้สึกจากการสอบการฟัง :
          - พอฟังออกนะ แต่ ฟังไม่ทัน แม้ว่าเขาจะพูดช้ากว่าหลายๆ แบบฝึกหัดที่เคยเจอในห้องเรียนก็เถอะ และ มีไม่รู้เรื่องหลายจุดมากๆ โดยเฉพาะ ไอ้ Brick เสียดายมาก เป็นสถาปัตยกรรมเต็มๆ แต่ ไม่ได้หลายข้อ 
 
ข้อสอบการอ่าน : 
          1) เรื่อง Agriculture Tourism : อยากไปเที่ยวเทศกาลชีสจัง 
          2) เรื่อง Clock ที่อยู่ในร่างกายสิ่งมีชีวิต : กูจะเรียนต่อถาปัดกูต้องมาอ่านบทความทางการแพทย์เนี่ยนะ ????? 
          3) เรื่อง Linguistics Change : เช่นกัน กูจะเรียนถาปัดกูไม่ได้อยากรู้เล้ยยว่า ภาษาพูดมันเปลี่ยนไปเพราะอะไร อย่างไร   
ความรู้สึกจากการสอบการฟัง :
           - ตายแน่ๆ สำหรับเราแม่งยากเหี้ยๆ และ ยาวเหี้ยๆ Part 3 ประมาณ 10 ข้อสุดท้ายทำไม่ทันมั่วแหลกลาญ (เพื่อนที่ไปสอบด้วยกันซึ่งเก่งอังกฤษก็ยังบอกว่ายาก : ง่ะ แล้วเราจะไปเหลืออะไรเนี่ย)
 

ข้อสอบการเขียน :
          1) ข้อนี้ต้องเขียน 150 คำ : มีกราฟมาให้ 2 ชุด ใน 1 ชุดจะมีกราฟ 2 เส้นเป็น เส้นอุณหภูมิสูงสุด และเส้นอุณหภูมิต่ำสุด ตลอด 1 ปีตั้งแต่ เดือนมกราถึงเดือนธันวาคม โดยชุดแรกจะเป็น อุณหภูมิใน โตเกียว และ อีกชุดจะเป็นอุณหภูมิในซิดนีย์ (ตัวอย่างตามภาพประกอบ http://sphotos-g.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/391702_10151164134454192_324930658_n.jpg : ก็อธิบายไปว่า กราฟมันพุ่งถึงจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดในเดือนไหน ที่อุณหภูมิเท่าไหร่ บลาๆๆๆ)  
          2) ข้อนี้ต้องเขียน 250 คำ :แสดงความคิดเห็นในหัวข้อที่ว่า ปัจจุบันหลายๆ ประเทศมีความหลากหลายในประเภทของผู้คนที่มาจากต่างวัฒนธรรมต่างกลุ่มกัน คุณคิดว่าเป็นเพราะ อะไร และ คุณคิดว่าดีหรือไม่ที่เกิดเหตุการณ์นี้ (ก็อธิบายไปว่า คงเพราะเรื่องธุรกิจ ทำให้คนมาทำงานต่างที่ และ อยู่อาศัยระยะยาว หรือ พวก คนชราที่ไปซื้อบ้านพักในบั้นปลายตามที่ต่างๆ)
ความรู้สึกจากการสอบการเขียน :
           - จำคำศัพท์ ที่ใช้เชื่อมประโยคหรืออธิบายว่ากราฟขึ้น-ลงอย่างไร ไม่ได้ TT TT
          - อย่างน้อยก็น่าจะได้จำนวนคำมากกว่าขั้นต่ำที่กำหนด แต่ เนื้อหาที่เขียนแม่งสับสนและแย่มาก (คือเขาจะเค้าท์ดาวน์เวลาที่เหลือเป็นพักๆ เรายังไปไม่ถึงไหนเลย)
          - ตอนเรียนในห้องเรียนมีจับเวลา พอมีเวลาให้ตรวจเช็คใจความ แกรมม่า และ นับจำนวนคำแต่การสอบจริง เขียนยังแทบไม่ทันเลยอ่ะ (ตื่นสนาม)
 

ข้อสอบการพูด :
          1) ส่วนที่ 1 
          - แนะนำตัวว่าชื่ออะไร (เป็นไปตามแผน ฉันชื่อ....... สะกดด้วย S-U-R-A-.... แต่คุณจะเรียกฉันว่า ตูตู้ T-O-O-....ก็ได้ ตูตู้เป็นชื่อเล่นฉันที่มีที่มาจาก..... ) แล้วหลังจากนั้นก็หลุดโค้ง TT TT
          - ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ (เรียนหรือทำงาน) ก็ตอบไปว่า เรียนจบโทแล้วกำลังจะต่อเอกสาขาบลาๆๆ ที่บลาๆๆๆ 
          - คำถามเกี่ยวกับสี : คุณชอบสีอะไร เพราะ อะไร / ตอนเด็กคุณชอบสีเดียวกับปัจจุบันไหม / เพื่อนๆ คุณชอบสีอะไร / คุณจะไม่เอาสีอะไรแต่งห้องของคุณ
          - คำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ :   อธิบายถึงความสัมพันธ์ถึงใครก็ได้พ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อน ความสัมพันธ์ดีไม่ดีเพราะอะไร / ในอดีตความสัมพันธ์ของคุณกับบุคคลที่เลือกตอบเป็นอย่างไร / อนาคตความสัมพันธ์นั้นจะเป็นอย่างไร
          2) ส่วนที่ 2 
          - หัวข้อที่กรรมการสอบให้ คือ "หากคุณมีเงินมากพอ คุณจะเอาเงินนั้นไปใช้ทำอะไร" (ผู้สอบพูดฝ่ายเดียวจนกว่าจะหมดเวลาโดยมีเวลาเขียนโน้ต 1 นาที) เราก็อธิบายไปซะเต็มที่เลยแต่มีความหลุดโค้งพูดไม่รู้เรื่องอย่างแรง ก็ตอบไปว่าอยากมีบ้านริมทะเลหัวหินสักหลัง เอาแบบมีสระว่ายน้ำ ต้นมะพร้าว มองเห็นพระอาทิตย์ตกดิน บลาๆๆๆ (พูดแบบไม่มีการเชื่อมประโยคอะไรทั้งนั้น แกรมม่ามั่วมาก) ปรากฏว่า ยังเหลือเวลาอีก ชิปหายเอางัยดี เลยด้นสด ไปว่า อยากมีรถด้วย 
          - มีคำถาม Feedback จากกรรมการสอบ คือ "แล้วคุณรู้จักใครที่มีบ้านริมทะเลไหม" (ก็ตอบไปว่า มีครับ บ้านมีลักษณะบลาๆๆๆ ว่ากันไป)
          3) ส่วนที่ 3 
           - คำถามจะต่อเนื่องเกี่ยวข้องกับ หัวข้อที่พูดในส่วนที่ 2 โดยคำถามที่โดนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรวยเช่น คนเรารวยเพราะโชค หรือ เพราะทำงานหนัก (เสือกตอบว่า น่าจะเป็นเพราะโชคเช่น ลอตเตอร์รี่) / แล้วลอตเตอร์รี่มีดีอย่างไร / ทำไมรวยแล้วไม่มีความสุข / ทำไมรวยแต่ไม่พอใช้ 
ความรู้สึกจากการสอบการพูด :
           - หลายๆ ความรู้สึกแทรกใน Spoil ไว้แล้ว - โชคดีมากได้คิว 13.20 เลยไม่ต้องรอนาน (เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน คนนึงได้ รอบบ่ายสามอีกคนได้รอบห้าโมงเย็นแน่ะ ทั้งนี้การสอบการพูด หากเราไปไม่ทันคิว เขาจะข้ามเราแต่เราก็ขอสอบต่อท้ายได้) / จริงๆ มีให้เลือกสอบวันอื่นเช่นวันรุ่งขึ้นหรือวันจันทร์แต่เราอยากให้จบๆไป ซึ่งเราว่า ต่อให้เราสอบวันพรุ่งนี้หรือวันอื่นผลก็คงไม่เปลี่ยนแปลงคงหลุดโค้ง พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้แหละ TT TT
          - มีเว้นนิ่งเงียบชะงักกลางอากาศนึกคำไม่ออกหลายตัว แถม บางทีเปลี่ยนคำตอบกลางอากาศซะงั้น TT TT แถมพูดแบบไม่มีตัวเชื่อมด้วย เช่น แทนที่จะพูด I like ... because ก็แยกเป็น 2 ประโยค คือ I like... กับ I think it's....
หมายเหตุ :
          เพื่อนเราอีกคนได้คำถามในส่วนที่ 1 คือ ชอบถ่ายรูปไหม เคยไปดูอาร์ตแกลอรี่ไหม ส่วนที่2 คือ อยากได้รถอะไร (คำถามนี้น่าจะเข้าทางเราเลย) ส่วนที่3 คือ ทำไมคนถึงอยากมีรถ เปรียบเทียบขนส่งสาธารณะกับขนส่งส่วนตัว (เข้าทางเราอีกแล้ว)

เทคนิคที่อยากแบ่งปัน :
           - การอ่าน กับ การฟัง เป็นเรื่องความชำนาญเฉพาะบุคคลจริงๆ เพราะ ข้อสอบอออกมาหลากหลายแบบมาก เช่น ตัวเลือกช้อยส์ / เติมคำตามจำนวนที่กำหนด / True -False-Not Given / Yes-No-Not Given / จับคู่ Paragraph กับ เนื้อหาย่อของ Paragraph นั้นๆ  
          - การอ่าน : มี 3 Part 40 ข้อ แบ่งเวลาให้ดีๆ ภายใน 1 ชั่วโมง
          - การฟัง : มี 40 ข้อเรียงจากเรื่องทั่วไปเช่น บทสนทนาในชีวิตประจำวัน ไปจนถึง การแสดงความคิดเห็นหัวข้อเฉพาะ และ mini lecture ปกติบทสนทนาที่พูดจะพูดเรียงลำดับตามข้อสอบอยู่แล้ว พยายามฟังให้ทัน TT TT เพราะตัวหลอกเยอะ เช่น บอกวันที่นัดแนะในบทสนทนาทางโทรศัพท์ผิดและแก้ใหม่ (แต่เราเขียนคำตอบที่โดนหลอกไปแล้ว)
          - การเขียน 
          1) การเขียน Part 1 : เป็นการอธิบายแผนภาพ / แผนภูมิ / กราฟ พยายามจำคำศัพท์ ( เช่น V / V. phrase / Adv.) ที่ใช้ที่ใช้อธิบาย แผนภูมิ / กราฟไป ให้มากที่สุด (1 วันก่อนสอบ ควรจำพวกนี้ เพราะ ได้ใช้จริงแน่ๆ)  เช่น : Increased dramatically / Shoot up to a peak rate / ฯลฯหรือ พวกศัพท์ที่ใช้สำหรับการเปรียบเทียบ เช่น Compare to....และ หาคำศัพท์ที่ ช่วยเพิ่มจำนวนคำ เช่น จะบอกว่าแผนภูมินี้ แสดงถึงข้อมูล...แทนที่เราจะใช้คำว่า The picture shows that (4 คำ) ก็อาจจะใช้คำว่า These pictures give an information about (6 คำ) หรือ จะอธิบายเดือน แทนที่จะใช้คำว่า in 12 months (3คำ) ก็อาจจะเป็น in a 12 months period betweeen January and December (9คำ)  
          2) การเขียน Part 2 : เป็นการแสดงความคิดเห็นในหัวข้อที่ให้มา (เห็นด้วย / ไม่เห็นด้วย / อธิบายว่าเพราะอะไร+ตัวอย่าง) ให้จำคำศัพท์ประเภทต่างๆ 
          - ศัพท์เปิดหัวข้อ : In my opinion,.... / In my view,....
          - ศัพท์แสดงการเชื่อม : and so because but / who which that
          - ศัพท์แสดงตัวอย่าง : For Example,.... / For Instance,.... / ....such as.....
          - ศัพท์แสดงการสรุป : In conclusion,.... / In breif,.....
          3) การเขียน ทั้ง Part 1 และ 2 จะกำหนดให้เขียนคำขั้นต่ำ 150 คำ และ 250 คำตามลำดับ = ห้ามเขียนต่ำกว่านั้น ต้อองเขียนเกินกว่ากำหนด ซึ่งมีวิธีการประมาณคร่าวๆ ดังนี้  
          - ให้นับบรรทัดไป 15 บรรทัด และ 25 บรรทัด ตามลำดับ แล้วทำเครื่องหมายไว้ที่บรรทัดสุดท้ายเพื่อเตือนให้หยุดตรงบรรทัดนั้น และใน 1 บรรทัดก็พยายามเขียนประมาณ 10 คำ หรือมากกว่านั้น และ ควรเขียนประโยคเปิดนำเรื่อง และ ประโยคสรุปไว้ก่อน และ ที่เหลือค่อยมาเขียนเนื้อหาซึ่งจะช่วยให้เราจบการเขียนได้แบบพอดีๆ (คือแทนที่จะเขียนจนหมดเวลา ก็เขียนแต่พอดีๆ แล้วเอาเวลาไปเช็คความถูกต้อวเรียบร้อยก็น่าจะเวิร์กกว่า)
          - การพูด 
          1) การพูด Part 1 : เรื่องทั่วไป เตรียมบทพูดรอไว้ได้เลย เพราะเขาจะให้เราแนะนำตัวเอง และ ถามเรื่องใกล้ๆ ตัวเช่น ตอนนี้ทำอะไร อนาคตวางแผนอะไร 
          2) การพูด Part 2 : จะให้หัวข้อมา และ ให้เราเขียนโน้ตภายใน 1 นาที แนะนำว่า ควรเขียนแบบ Bubble Diagram/Mind Map เพราะทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงของ Idea ต่างๆ ง่าย และ ทำให้เขียนได้เยอะดี 
          3) การพูด Part 3 : ตัวใครตัวมัน อันนี้ไหวพริบล้วนๆ 
 
 
          เฮ้ออออ อย่างน้อยก็หวังว่า ผลการสอบจะไม่ออกมาทารุณจิตใจเกินไป กับ อย่างน้อยแม้จะไม่เลิศหรูจนผ่านคะแนนที่ต้องการได้ในไม้เดียว (เพราะ ป.เอกต้องเอาคะแนนรวม 6.5 และบางมหาวิทยาลัยดูแยกทักษะย่ยีกว่าแต่ละทักษะห้ามต่ำกว่าเท่านั้นเท่านี้) ซึ่งหากผ่านไม้แรกก็ไม่ต้องไปเรียนปรับภาษาของมหาวิทยาลัยก่อนเข้าเรียนปริญญาเอก แต่คงยาก อย่างน้อยที่ให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอจะเอาไปยื่นได้แต่ต้องลงเรียนปรับภาษาตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยก่อนจึงจะมีสิทธิ์เรียนต่อก็ยังดี (เหมือน CUTEP ของจุฬา ผ่าน 450 ก็ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษสำหรับบัณฑิตศึกษา แต่ ถ้าได้ต่ำกว่านั้นก็ต้องสอบใหม่ก่อนเรียนจบหรือไปลงทะเบียนเรียน ภาษาอังกฤาสำหรับบัณฑิตศึกษา1-2 ตัวแล้วแต่ว่าคะแนนของเราเป็นเท่าไหร่ กับพวกสุดท้ายคือ ถ้าต่ำกว่าที่กำหนด ก็สมัคร ป.โท - เอกไม่ได้ ต้องสอบใหม่เท่านั้น) 

edit @ 13 Oct 2012 17:29:47 by tootoo

Comment

Comment:

Tweet