2012/Feb/18

          ในที่สุด หัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของชีวิต ก็เวียนมาบรรจบอีกครั้งกับการประกาศผลการสอบเรียนต่อปริญญาเอก ซึ่งเราได้สมัครของสาขาสิ่งแวดล้อมสรรสร้าง คณะสถาปัตย์ ม.เกษตรไป (รายละเอียดเพิ่มเติม ขอเชิญที่เอนทรี่นี้ http://tootoo.exteen.com/20120122/entry)

          ทั้งนี้ วันนี้ (17ก.พ.) เมื่อช่วงสักสองทุ่ม เราได้ทราบข่าวทราบผลการสอบเข้าปริญญาเอก สาขาสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง คณะสถาปัตย์ ม.เกษตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เป็นการทราบผลอย่างไม่เป็นทางการจากวงใน เพราะประกาศอย่างเป็นทางการจะออกวันที่ 6 มีนา) ผลปรากฏว่าเรา สอบไม่ติด (เศร้าเหมือนกัน TT TT) แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันก็คือ โอกาสอันดีของเรา ที่เราได้มีโอกาสสมัคร ได้มีโอกาสสอบ ซึ่งแม้เราจะสอบไม่ติดดังที่กล่าวไป แต่เราก็จะพยายามต่อไป สู้ๆ (ขอเป็นกำลังใจให้ตัวเอง)

          พอผลสอบออกแล้วเราได้แจ้งแม่เราทันที เพราะ แม่เราเป็นคนเดียวในบ้านที่รู้เรื่องเราไปสอบปริญญาเอก ทั้งนี้แม่ก็ให้กำลังใจเรา + กอดและหอมแก้มแม่ เฮ้ออออ รักแม่ที่สุดเลยคร้าบบบบบ (เราไม่ได้บอกพ่อ เพราะ กะบอกตอนสอบติดทีเดียวเลย จะได้ไม่วุ่นวาย เพราะพ่อเราอยากให้ไปต่างประเทศมากกว่า ขืนบอกแล้วเดี๋ยวเป็นเรื่องเหมือนตอนสอบเรียนปริญญาโท ตอนนั้นก็เถียงกับพ่อนานเหมือนกัน ไม่รู้สิเราคิดว่า การที่เราได้สมัครมันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะ ไม่รู้ว่าเราจะได้ไปเรียนต่างประเทศเมื่อไหร่ เราไม่อยากรอ มันก็คือโอกาสของเรา ทำไมเราจะไม่คว้าไว้ล่ะ จริงมะ)
 
          ใจความสำคัญของอาจารย์ที่เป็นผู้แจ้งข่าวผลการสอบวงในกับเรา ท่านบอกว่า (ขออนุญาตอาจารย์ มา ณ โอกาสนี้นะครับ) : "กรรมการทุกท่าน มีความเห็นว่าเราต้องหาประสบการณ์เพื่อให้โลกทัศน์กว้างกว่านี้ จะได้มีมุมมองในการทำวิทยานิพนธ์กว้างขวางขึ้น เรายังอายุน้อยยังมีเวลาพัฒนาตัวเองอีกมาก" >>>> อันนี้เป็น Critical Point ที่สำคัญมากๆทีเดียวเลย 

          แต่อย่างไรก็ตาม แผนการของเราที่เราเตรียมไว้เบื้องต้นก็มีดังนี้ : 
กรณีสอบผ่าน : (ประเด็นนี้ตัดไปเพราะสอบไม่ผ่านแล้ว)
          1. เรียนปริญญาเอกให้จบ ภายในระยะเวลาที่กำหนด
          2. เรียนปริญญาเอกที่เกษตร แต่ระหว่างนั้นก็หาลู่ทางไปต่อเมืองนอก ถ้าได้เมืองนอก ก็ค่อยไป
กรณีสอบไม่ผ่าน
          1. กะว่าจะเข้าหาอาจารย์ จะเป็นอาจารย์ที่เกษตรหรือจุฬาก็ได้ และ ช่วยอาจารย์ทำวิจัย (ในขณะเดียวกันก็เตรียมเรื่องภาษา โดยการเรียนภาษาในเมืองไทย และเตรียมหัวข้อของตัวเอง และพอสอบภาษาผ่าน หัวข้อได้รับการตอบรับก็ไปนอกเลย) หรือ ถ้าทำออฟฟิศก็ดี อาจจะทำบริษัทที่ฝึกงานตอนปิดเทอมปี4 ขึ้นปี5 คือ SC ASSET เพราะ อย่างน้อยก็มีคอนเนคชั่นที่ได้จากตอนฝึกงานอยู่บ้าง (แต่ก็แอบสนใจกรมยุทธโยธาทหารบก ไม่ก็กองโยธาธิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบบว่าไหนๆก็ไหนๆ ติดยศซะเลย ไม่ก็ ไปทำที่การเคหะแห่งชาติ เพราะ ขณะที่เรียนโทก็ได้มีโอกาสมาทัศนศึกษาที่การเคหะและตอนทำทีสิสได้มาเก็บข้อมูลที่นี่หลายครั้งก็รู้สึกดี พี่ๆการเคหะใจดีมาก)
          2. ไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศเลยตั้งแต่เรียนจบโทและเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว และ พยายามทำหัวข้อ+สอบภาษาให้ผ่านและเรียนต่อเลย (อันนี้พ่อกับแม่สนับสนุน เพราะพ่อกับแม่อยากให้ไปเรียนต่อต่างประเทศนานแล้ว โดยเฉพาะพ่อ พ่ออยากให้ไปมากๆๆๆๆๆๆๆ)
          3. สมัครเรียนปริญญาเอกที่จุฬา (แต่ ส่วนตัวเราคิดว่า อาจจะพอแล้วเพราะ 2 ปีที่ผ่านมา เราดราม่ากับปัญหาการเดินทางมามากพอแล้ว) ไม่ก็ตั้งใจใหม่หาประสบการณ์และกลับมาสอบปริญญาเอกที่เกษตรต่อในปีการศึกษาต่อไป 
 
          ที่จริงถ้าเอาแนวทางที่ 1+2 มารวมกันสองแนวทาง น่าจะเป็นไปได้ที่สุด เพราะ เราส่งทีสิส วันสุดท้ายที่สามารถส่งได้คือ 31 พ.ค. และ เผยแพร่วันสุดท้ายที่สามารถเผยแพร่ได้คือ 4 มิ.ย. ระยะเวลา ประมาณเกือบ สองเดือนก่อนรับปริญญา ก็น่าจะ ได้เรียนภาษา ไปก่อนในเมืองไทย และ ตอนนี้หากมีอะไรที่เราสามารถช่วยอาจารย์ได้ก็คงจะทำ (รวมถึงลองพัฒนาหัวข้อทีสิสของตัวเอง) พอรับปริญญาแล้วก็ไป เรียนภาษาที่เมืองนอกทันที และ  พยายามสอบภาษาให้ผ่านและเสนอหัวข้อให้ผ่าน และ เข้าเรียนเลย อะไรแบบนั้น

          อืมมมม บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมาให้เราแล้วก็ได้ : เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งเขาบอกว่า สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีของเราแล้วก็ได้ ก้าวต่อไป สู้ๆ ^^ 
 
          ปล.อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ อ่านโคนัน เล่มใหม่และวันพีซเล่มใหม่ ก็ยังดีน้อ 5555+ 
 
--------------------------------------------------
 
อัพเดทเพิ่มเติม :
          6 มีนาคม วันประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาอย่างเป็นทางการแม้จะรู้ล่วงหน้าว่าตนเองสอบไม่ติด แต่ก็อดจะคลิกเข้าไปดูไม่ได้ ผลปรากฏว่า ผู้สอบผ่านมีทั้งหมด 5 คน จาก 10 คน (แน่นอนว่าเราเป็น 1 ใน 5 ที่พลาด) แอบตกใจว่า โหววววว คัดออกไปครึ่งนึงกันเลยทีเดียวทั้งๆ ที่จำนวนรับเข้า ก็คือ 10 คนเท่าจำนวนที่มาสอบแท้ๆ  
          ตอนนี้กำลังคิดว่า อยากจะทำงานและเรียนภาษาอังกฤษไปด้วย และพยายามสอบให้ได้ Ielts 6.5 ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และ ทำหัวข้อวิทยานิพนธ์ ไป ถ้าสอบได้ก็ไปเรียนปริญญาเอกเมืองนอกเลยไม่รออะไรอีกแล้ว 
          ส่วนเรื่องงานตอนนี้ก็มีมองไว้คือ 
          - การเคหะแห่งชาติ เพราะ ประทับใจตัวองค์กรนี้ มีโอกาสเข้ามาทัศนศึกษา และ เข้ามาขอข้อมูลทำทีสิสหลายครั้ง ชอบมาก 
          - บริษัท SC ASSET ที่เราฝึกงานสมัยปี4 เพราะ อย่างน้อยพี่ๆ ที่เคยเป็นผู้ดูแลเราน่าจะยังทำงานอยู่ ที่สำคัญเป็นเอกชนเงินเดือนก็น่าจะสูงในระดับนึง
          - ภาครัฐอื่นๆ เช่น กองโยธาของตำรวจ หรือ กรมยุทธโยธาทหารบก (อยากติดยศ) หรือ ฝ่ายโยธาสำนักงานเขตสายไหม (เพราะเดินทางใกล้บ้านดี)
          - ช่วยอาจารย์วิจัย : เงินเดือนน้อยแต่ก็คงได้อะไรเยอะ และได้พัฒนาหัวข้อวิทยานิพนธ์ไปด้วย 
 
          อื่นๆที่สนใจเพิ่มเติมคือ :อยากสมัครสอบใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร ^^ (แต่ค่าอบรมโคตรแพงเอาการ)

เฮ้ออออออออออออออออ ดูกันต่อไป ชีวิตยังอีกยาวไกล บางทีเราอาจจะรีบร้อนเกินไปก็ได้ 

edit @ 7 Mar 2012 20:48:57 by tootoo

Comment

Comment:

Tweet