ทริปรับน้องA15 @ อ่าวไข่ ระยอง
บทนำ
ชีวิตวัยนิสิต เป็นวัยที่เกิดอะไรต่างๆ มากมาย หลากหลาย โดยเฉพาะ ตอน ช่วงที่เข้ามาเป็นเด็กปี1ใหม่ๆ ความทรงจำใหม่ๆ ย่อมมีเพียบ โดยเฉพาะ ความทรงจำ ในช่วงการรับน้อง ที่พวกเราทุกคนในรุ่นได้ทำอะไรต่อมิอะไร ร่วมกันมากมาย ต้องผ่านอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยกัน มันจะเป็นแบบนี้เสมอ โดยเฉพาะ ช่วงเปิดเทอมต้น ทุกปี ปีแล้วปีเล่า และ ต่อๆไป หลายๆสิ่งมันเป็นของที่ตกทอดกันมา และ เมื่ออยู่ปีโตขึ้นไป ก็จะต้องเขยิบจากผู้ถูกกระทำ มาเป็นผู้กระทำ นั่นคือเราต้องโตขึ้นเพื่อ จะนำสิ่งที่เราได้รับจากรุ่นพี่ ไปมอบให้แก่ ผู้ที่มาใหม่ ในปีต่อไป
เคยบอก น้องเนยA14 ไป ตอนที่น้องๆ a14 จัดกิจกรรม ปรับพื้นฐานให้ ปี1 ว่า กิจกรรม นี้มันคือเรียลลิตี้ที่ไม่มีการถ่ายทำ แต่ มันเป็นสิ่งที่จะอยู่ในใจ แน่นอน กิจกรรมรับน้องคือ สิ่งที่ยากจะลืมสำหรับนิสิต ปี1 โดยเฉพาะจังหวะที่ น้องได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ในคณะนี้อย่างสมบูรณ์ มันคือความทรงจำที่ไม่อาจลืมได้
โดยส่วนตัว เราเฝ้าดูน้องปี1 รุ่นนี้มาตลอด แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดนัก ก็มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย จนกระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนออกเดินทางที่มีหนังสือเวียน มาจากคณบดี เรื่องห้ามจัดกิจกรรม แต่ แหม อาจารย์ มัดจำไป 5หมื่น อาจารย์จะชดใช้ไหวไหม ? + พวกเราก็ไม่ได้ ไปรุนแรงอะไร อยู่แล้วก็คิดว่าไม่น่ามีอะไร
แต่เราก็มีการฝ่าฝืนกฏ หลายๆ อย่างเช่น การมาแอบชะแว้บดูน้อง (แต่เนียน ประมาณว่ามาทำงานที่คณะแต่เป้าหมายหลักคือน้องๆนี่แหละ555+ ก็คนอื่นเขายังทำเลย) หรือ ตอนน้องมาขอลายเซ็นก็เล่นกับน้องๆไป ตั้งมาก555+ (คนอื่นก็ท้ามมมม ตอนเราขอลายเซ้นพี่ พี่เขาก็เล่นกับเรา +อีกอย่างถ้ามันทำให้ น้องเขาจดจำเราได้ ผลมันก็น่าจะคุ้มมากกว่า.....หรือเปล่า) อีกข้อคือเรา เย็นชากับน้องไม่เป็นว่ะ อย่างน้อยน้องบางคนก็เห็นกันมาตั้งแต่อยู่โรงเรียน อยู่ดีๆ ไปเย็นชาใส่เขา มันตลกเกิน ดังนั้นปีนี้เรา พยายามที่จะ ไม่สนใจน้อง เช่นเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ ก็ จะ พยายามไม่มองน้อง แต่ปกติจะใช้วิธี ไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ มากกว่า 55+
กิจกรรมรับน้องของคณะ หรือ เรียกเท่ๆ คือ กิจกรรมสัมมนานิสิต ปีนี้ก็ได้ เวียนมาบรรจบครบอีกปีจนได้ โดยในปีนี้ ทริปรับน้องได้มีการจัด ที่ อ่าวไขา อำเภอแกลงจังหวัดระยอง โดยที่พักของเรา ชื่อว่า บ้านสวนอ่าวไข่ อยู่สุดเขตทางหลวงแผ่นดินของแหลมแม่พิมพ์พอดี เป็นหาดส่วนตัว เเงียบ เป็นsite ทริปทะเล ที่ แปลกเพราะเป็น slope ขึ้นไปเป็นชั้นๆ แต่สวยดี
11ก.ค.51
ตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้วล่ะ ไม่มีใครเลย(รวมทั้งเรา) มีกะจิตกะใจจะทำงานตรวจแบบเลย เพราะ ใจไปอยู่ที่ อ่าวไข่แล้ว แต่สุดท้าย วันนี้ก็ผ่านไปแบบ ไม่หนักอะไร รุ่นเรา ไปกันเกือบครบยิ่งปี1ได้ข่าวว่าไม่ไป 2คนเอง แต่ทว่าเนื่องจากคำสั่งของหนังสือเวียน พวกเราเลยต้องไป ขึ้นรถที่ถนนเกษตรนวมินทร์ตรงข้ามโชว์รูมนิสสัน ไกลโคตรๆ
เราเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังตรวจแบบเสร็จ แล้วก็รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เดินทางไปยังจุดขึ้นรถ แต่ทว่าก่อนออก เราไปเอาทิชชู่ในห้องน้ำ ชั้น3 เพราะเป็นห้องน้ำอาจารย์ มันมีทิชชู่ให้ เจออาจารย์เอก(คณบดี)เดินออกมา
อ. : ไปกี่โมง(หน้านิ่งมากๆ)
ต. : ไม่ทราบครับ
อ. : ไม่ให้ไป(หน้านิ่งเอามือจับแขนเรา)
ต. :ง่า อาจารย์
อ. : เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลย (เราเปลี่ยนเสื้อ ใส่แว่นกันแดด ) แล้วเขาก็ปล่อยเรา
พอไปถึงจุดขึ้นรถก็ โหลดของขึ้นรถ แต่ อ้าว ต้องย้ายรถ เพราะเห็นว่ามีตำรวจมาไล่ เลยจะให้คันที่เต็มก่อน ไปก่อน พวกเราเลย ย้ายรถ แต่ไม่ได้ย้ายสัมภาระตามมา ไปอีกคัน แต่สุดท้ายรถก็ออกตอน ทุ่มครึ่ง อยู่ดี (ได้ข่าวว่า นัดกันว่าจะออก 6โมงเย็น) ก็เดินทางตามสายมอเตอร์เวย์ หยุดพัก3ครั้ง ที่มอเตอร์เวย์ รู้งี้มากินเคเอฟซีที่นี่ก็ดี / ที่ปั๊มน้ำมันอีกครั้งหรือสองครั้ง แต่ มีปั๊มนึงแบบว่าแมลงเยอะมากๆน่ากลัวเหี้ยๆ ซึ่งตอนขาไปปีนี้ ปี1 ยังชุดนิสิตกันทั้งยวง แต่ตอนไปที่ทริป ถึง ค่อยเปลี่ยนชุด
ไฮไลต์บนรถ คือ แจ็คเมาจะมีเรื่อง คนขับ ถึงกับประกาศว่า ถ้าจะมีเรื่องให้ไปมีข้างนอก เพราะถ้ารถเขาเสียหายพวกเราต้องชดใช้ กับ หยกอาเจียน(หยกบ่นตั้งแต่ พักที่มอเตอร์เวยืแล้วล่ะว่าไม่ไหว) นี่คือ People of the Bus สินะ อิอิ
เราผ่านสถานที่ต่างๆก็ยกมือไหว้เช่นอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ขอพร เรื่องที่ว่า ให้ได้ห้องนอนที่ไม่มีการรบกวนจากการเมา และ เรื่องที่ว่าขอให้ไม่มีปัญหาสุขภาพ ในการเดินทาง ผลเป็นอย่างไรจะบอกอีกที
-คืนนี้พระจันทร์เป้นวงกลมผ่าครึ่งไม่เคยเห้นแบบนี้มาก่อนเลย ลางดีหรือลางร้ายนะ
-อาจารย์ที่ควบคุมกิจกรรมครั้งนี้ ที่ไป ด้วยคืออาจารย์เม่น รุ่นพี่ของพวกเรา นี่เอง และ อาจารย์เต้ อาจารย์ควบเซฟิโร่คู่ใจ ทะเบียน 7 ษ 9880 ไปด้วย เยี่ยม
ในที่สุดพวกเราก็มาถึง บ้านสวนอ่าวไข่(www.baansuanauokhai.com)ตอน เที่ยงคืน มืดสุดๆเพราะเขาให้ปิดไฟไว้ บ้านที่พวกเราได้อยู่คือบ้านชิดคลื่น อยู่ใกล้ทะเลที่สุด และ อยู่มกล้ส่วนเซอร์วิสที่สุด (บ้านปีอื่นๆไล่กันไปอยู่ตามเนิน วิวสวยแต่เดินไกล)ตัวบ้าน เป็นเรือนแถว 4 ยูนิต รูปตัวL. 3ยูนิตแรก จะมีห้องรับแขกติดแอร์ และมีห้องนอนย่อย2ห้อง(แอร์ทั้งคู่)พร้อมห้องน้ำในตัวในแต่ละห้อง และยูนิตสุดท้ายอยู่ติดทะเล แต่ เป็นห้องเดี่ยวๆมีห้องน้ำในตัว ภายใน เป็นส่วนนอนและส่วนรับแขกอยู่ด้วยกันเลย มียูบีซีและแอร์ 2เครื่อง (แอร์ ยี่ห้อLG รุ่นเดียวกับตอนพวกเราไปสัตหีบเลย ของเขาดีจริง เพราะ เย็น และ ทนเพราะเปิด3วันไม่ปิดเหมือนเดิม) จาก4ยูนิตเราต้องเสียยูนิตนึง ให้ปี 5ไป ที่เหลือเป็นของพวกเรา แม้จะมีการโยกย้ายห้อง กัน ไม่ได้ มีห้องปลอดแอลกอฮอล์ตามที่คิด แต่ อย่างน้อย ก็ ยังดี ล่ะ เพราะ อีกอย่าง เพื่อนๆ ที่เมา ก็ไม่ได้เข้าไปรบกวนห้อง ที่ไม่ดื่มเลย ต้องขอขอบคุณมาณ.ที่นี้
พอย้ายของเสร็จ เรา ก็ ออกมาไหว้เจ้าที่กับ หลั่นล้าริมหาด ลมแรงโคตรๆ หนาวมากๆ ต้องเอาผ้าห่มมา ห่ม มีโอวัลตินร้อนชงเอง 10บาทไว้พอประทัง ความอบอุ่นไว้ได้ น้องปี1มาร้องเพลงอยู่ที่ลานข้างๆ (ตอนแรกนั่งแต่ไปๆมาๆ มีรถผ่าน เลยต้องยืนและมันก็ยืนร้องเพลงตลอดด้วย!!!!......ได้ข่าวว่าอันนี้ไม่ได้มีการสั่ง น้องยืนกันเอง) และก็ถูกอัปเปหิไปร้องเพลงที่ หาดทรายเบื้องล่าง พวกเราก็ดื่มกันต่อไป ถามน้องได้ ความว่า พิธีกรรมจะเริ่มตอน ตี4 เราเลยเข้าไปนอน ห้องพวก สาวๆ จนกระทั่ง เขามาเรียกไป สภาพที่เห็นคือน้องนั่งร้องเพลง บนหาดทรายที่น้ำเริ่มขึ้นมากันแล้ว พวกเราก็ค่อยๆลงไป
จุดสำคัญมาถึงแล้ว : พวกเรา ล้อมวงเป็นวงกลมวงใหญ่สามารถมองเห็นได้จากกูเกิลเอิร์ธ ร้องเพลงสายสัมพันธ์ด้วยกัน จนกระทั่ง ร้องจบท่อนสุดท้ายด้วยกัน แล้วก็ ให้น้องมานั่งตรงกลางเหมือนไข่แดงบนไข่ดาว และพี่ๆก็ล้อมรอบ แล้วก็ บูมน้องเต็มเสียง มีใครได้ยินเสียงเราตอน ขึ้น "อ๊าาาาาาาาาาาาาา" ไหมนะ
เรามั่นใจว่าคนที่อยู่ใกล้ๆ ข้างๆเรา ตั้งแต่ กอดคอร้องเพลง คือ "อัน" น้องตรงของเรา นี่เอง
A15 ตอนนี้พวกเอ็งมาเป็นA15 มาเป็นพี่ เป็นน้อง กันโดยสมบูรณ์แล้วนะจากนี้ไป ก็ฝากตัวด้วย
แล้วพวกเราก็ไปบายศรีผูกข้อมือน้องๆ กัน เสียดายมืดมาก เลย เห็นน้องไม่ชัด นัก จนกระทั่ง ตี5ครึ่งเราก็กลับไปอาบน้ำและนอน (เรามานอนที่ห้องสาวๆเพราะ เราเข้าไปแล้วต้องผงะกับเสียงกรนของอ๊อฟ หลับไม่ลงจริงๆ )......ใครที่คิดว่าเรามานอนห้องสาวๆ เพราะ เราไม่พอใจที่ ห้องเรามันดื่มเบียร์ก็ขอให้คิดใหม่ซะนะ
คืนนี้
1.โย่ คือ Man of the nightสุดยอดจริงๆ ----> ขอโทษเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน ที่ขอให้เราไปช่วยดูโย่แต่เรา ปฏิเสธ จะว่าเรา เห็นแก่ตัว ใจแข็ง ก็เอาเลยเพราะเรา บอกไปตลอด 4ปีที่ เรียนที่นี่ แล้วว่า "ใครอยากกินเองก็ดูแลตัวเองกันเอาเอง และอย่ามาระรานคนที่ไม่ดื่ม หรือ ต้องทำให้คนที่ดื่ม มาพลอยลำบากกะเขาด้วย.........อย่าลืมว่า ไอ้คนเมามันจำไม่ได้หรอกว่าทำเหี้ยไรไว้บ้าง แต่ที่แน่ๆ ถ้าเอ็งเมาแล้วเรื้อนมากๆ นั่นหมายถึง เอ็งกำลังทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นๆ ทั้งคนที่ไม่เมา หรือ คนที่เมา แต่ไม่เมามาก ต้องมาเก็บศพเอ็ง " ซึ่ง ทริปนี้ขอบคุณเพื่อนๆที่เมาจริงๆ เพราะ ไม่มีใครยุ่งกับเรา เลย อย่างเก่งก็แค่ มาทักทายนิดหน่อยแล้วก็จากไป
2.เพื่อนร่วมห้อง จ๋า ไหนว่าดื่มไปน้อย โห 4คนซัดไป 2ขวด เราไม่ว่าอะไรหรอก+ก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้โกรธอะไร อย่างที่ หลายๆคนคิด (หรือแค่แซว?)เพราะอย่างน้อย เรามั่นใจว่า พวกเอ็ง ก็ไม่ได้เมากัน จริงมะ หรือต่อให้ดื่มพวกเอ็งก็ไม่ได้ ไป เรื้อนทีไหนแน่ๆ
12กค.51
ที่จริงมัน 12กค.ตั้งแต่ มาถึงหาดแล้วล่ะ แต่เอาเถอะ
ใจคอไม่ดีเลยเพราะ เหมือน ยัง เจ็บคออยู่ ตั้งแต่ บูม "เอ อา อาคิเทค" เมื่อคืน ช่างมัน เพราะ มันยังอ่อนๆ อยู่เดี๋ยวก็คงหายคงเพราะ สุดท้ายก็ไม่ได้ หลับ จริงๆ ได้แค่หลับตา แต่ยังรู้ว่าข้างนอกเกิดอะไร ขึ้น เพราะ เสียงดังมาถึง
เช้านี้ อาหารเช้าเป็นข้าวต้มไก่ อร่อยดี แล้วก็ใช้ 2เท้านี่แหละเดินไปตามที่ต่างๆ
1.เดินไปกับดา และเดินคนเดียว โดยเดิน ขึ้นไป ตามเขา ไปห้องพักของน้องๆปีต่างๆ จัดแลนด์สเคปได้ดี พอใช้ ปลูกอาคารบ้านพักไล่ไปตามไหล่เขาได้ดีทีเดียว
-ล่างสุดคือ ถนนส่วนตัวชิดหาด มีที่นั่งทานข้าว และทางลงทะเล รวมทั้งส่วนเซอร์วิส และ บ้านชิดคลื่นของพวกเรา ปี4+5
-ระดับต่อมา คือ บ้านของพี่บัณฑิตทั้งหลาย
-ต่อมาคือปี1+2 โดย ผู้ชายจะอยู่ระดับนึง และ ผู้หญิงจะ ขึ้นบันไดไปข้างบนอีกนิด ผู้ชายปี1ปีนี้ นอนกันน่ารักมาก เพราะ ห้องที่พวกมันนอน คือห้องประชุมของรีสอร์ท ก็ปูที่นอนบางๆ แล้วนอน เหมือน ตอนพวกเราไปลพบุรีเลย แต่ดีที่มีแอร์ มืด สุดๆ เพราะ ไม่มีหน้าต่าง
-ปี3นอนบนสุด เจอห้องอาจารย์เต้-อาจารย์เม่น ด้วย ใครที่แอบชอบอาจารยืเต้ มาเห็นชอต นี้คงทรุดไปกองกับพื้นเพราะ ทั้งตัวอาจารยืเหลือกางเกง ขาสั้นสีดำตัวเดียว 555+ อาจารย์เต้กับอาจารย์เม่น มาทริปนี้ แล้ว เนียน+กลืนกับพวกเรามากๆ เลย เจอแบบ แบบ บอกว่าห้องมันแอร์เจ๊ง ซวยไป
-เจอว่านหลับอยู่ข้างนอกคนเดียว เวรกรรม ท่าจะดื่มไปมาก
-ในที่สุด พวกเรา รุ่นพี่รุ่นน้องก็ทักทายกันได้อย่างอบอุานหลังจากที่ ได้ รุ่นแล้ว เหมือนตอนเราอยู่ปี1เลย วันต่อมาหลังได้รุ่นเรากล้าที่ จะ สวัสดี หรือคุยกับรุ่นพี่มากขึ้น
2.เดินไป กับปุ้ย เสียดายที่ไปไม่ถึง วัดแหลมแม่พิมพ์ ที่ อยู่ด้านขวาของรีสอร์ท แต่ก็ได้เดินไปถึงทำนบกันคลื่น ที่อยู่ด้านซ้ายของรีสอร์ท มีบ้านตากอากาศสวยๆ อยู่ 2-3 หลัง ส่วนตัว เหี้ยๆ เดินยากโคตรๆ ถัดจากทำนบ เป็นป่าชายเลนที่พึ่งปลูก และ ถัดไปคือสะพานปลา แต่เรา ขอแค่ ทำนบกั้นคลื่นนี่ก็พอแล้วล่ะ
การได้ไป นั่งอยู่บนหิน โดดเดี่ยวบนทะเล มีน้ำซัดอยุ่เบื้องล่างและ อ้างว้าง นี่มัน สุดยอดจริงๆ เราชอบที่จะเดินไปหาหินนั่ง แบบนี้เพราะ เราไม่รู้ว่าชาตินี้ จะได้กลับมาที่ทะเลแห่งนี้อีกหรือเปล่า การได้ ปล่อยตัวไป ตามคลื่นโดยไม่ยึดติดกับกาลเวลานี่มัน ก็ไม่เลวนะ
เช้านี้ ที่เหลือก็ ชิวๆ เรื่อยเปื่อยไป จนกระทั่งเที่ยง ก็กินข้าว เป็นข้าวผัดและแกงจืด องุ่นนั่ง บนม้านั่งที่เป็นไม้ตรงราวกันตกริมทะเล ไป ดดยไม่รู้ว่า เมื่อตอนสัก 10โมงเช้า เจิดมัน ปัสสาวะ ไว้ ดีนะที่แห้ง และน่าแปลก ที่ ไม่มีใครนั่งม้านั่งจุดนั้นเลย นอกจากองุ่น
พอกินข้าวเสร็จแล้ว ตอนบ่ายโมง ก็เข้าฐาน แดดแรงมากๆ ก็เหมือนทุกปี ที่ แบ่งเป็น 5กลุ่มคือ ปี2-3-4-5-บัณฑิต
เสียดายที่
-การจัดฐานผิดพลาดเลยไม่ได้เล่นกับน้อง กลุ่มสุดท้าย แถมน้องในกลุ่มสุดท้ายมี น้องเราอยู่ด้วย
-เหมือนเวลาน้อยไปนิดหรือเปล่า เลยเล่นอะไรได้ น้อย พวกเราก็ เล่นตี่จับ / ขี่ม้าชิงเสื้อ / คอสเพลย์ซุปเปอร์แมน
หลังจากนั้น พวกเราก็ เล่นน้ำ ทะเล กัน ได้เกาะห่วงยางสีดำ (ได้ข่าวว่าต้องเช่า30-40บาท/ชม./อัน แต่ไม่รู้ มีใครเสียค่าเช่าไปยัง ) ลอยละล่องออกไปห่างจากหาด แล้วโต้คลื่นด้วยกัน สุดยอดจริงๆ แล้วก็กลับ มาอาบน้ำ กัน โห หนาวสุดตีน พอเข้าห้องไป ก็อาบน้ำ และออกมากินขนมข้างนอก ก็เหมือนทุกปี ที่เราเอา มันฝรั่งทอดไป แต่เสียดายไม่น่าเอา พริงเกิล รสบาบีคิวไปเลย ไม่เวิร์ก + ดื่มลิปตันไอซ์ที + กินข้าวโพดคลุก แต่ไหง ตอนเราชิมของเพื่อนๆ มันอร่อยกว่าซื้อของตัวเองมากินวะ เม่นบอกว่า มันต้องกลับข้างล่างขึ้นมาเพราะ ส่วนผสมมัน กองอยู่ข้างล่าง(พึ่งรู้สิธีกินเพราะเราตักจากข้างบนตลอดขอบคุณมากเลย) แต่ทำยังงัย มันก็ไม่เวิร์ก ก็กินไปราวๆ ครึ่งนึง แล้วก็ ให้ปายจัดการต่อ ขอบคุณปายมากเลย ที่ช่วยจัดการ แล้วก็ ให้ลูกกะตา ได้กินอาหารตา มั่ง ด้วยการดูเด็กๆ เล่นน้ำ555+ อยู่ดีๆ ไอ้ปอม A14 น้องโรงเรียน ด้วยสิ ก็ เดินมา พี่ฝากเป๋าตังคืหน่อย แล้วก็ เข้าไป หลั่นล้ากับ พวกที่ดื่มกันข้างล่างโดนตราม้าเขียนตัว ด้วย !!!! (ดีที่สุดท้ายมันไม่ลืมว่าฝากไว้กับเรา ) ก็เห็นเด็กๆ เล่นน้ำ รุ่นพี่ รุ่นน้องก็จับกลุ่ม ก๊งกันตามจุดต่างๆ เช่น ที่ชายหาดมั่ง หรือ ไม่ก็ไปดื่มที่ลานตรงหน้าบ้านที่กำลังสร้าง อีกฝั่งของรีสอร์ทมั่ง
มีความรู้สึกว่า อาการเจ็บคอมัน ไม่หายซะทีว่ะ ใจคอไม่ดี แล้วตอนนี้
กินข้าว มื้อเย็นเป็น ข้าว ผัดผัก และ ทอดมัน แล้วก็ กลับมาที่ห้อง รอการทำกิจกรรม คอนเสริต ต่อไป ปีนี้เวทีคอนเสิร์ตอยู่บนเนิน เหนือห้องพักพวกเรา อยุ่หน้าห้องบัรฑิตพอดี ก็ดูเพื่อนๆ เตรียมการแสดง ปีนี้พวกเรา เต้นเพลง 3 ชุด แต่ไปๆมาๆ ไหง กว่าจะเริ่มงานปาไป 3ทุ่มครึ่งได้เนี่ย (ดูเพื่อนๆซ้อม กะดุ เดจาวูในห้อง ที่มียูบีซี)
ปีนี้ให้เสื้อ ทริปในคืนที่สอง เหมือนตอน เราอยู่ปี2 และตอนนั้นปี3รุ่นนี้อยู่ปี1เป๊ะเลย แต่ เราชอบตรงที่ว่า มีการปิดตาน้องด้วยเสื้อ ทริป และ ให้น้องมานั่งสงบ ที่สนามหน้าเวทีคอนเสิร์ต พวกเรา ก็ใส่เสื้อทริปกัน ทุกคนพอเปิดตา โอ เราว่าเป็นความรู้สึกที่ดีนะ เราว่าการมอบเสื้อแบบนี้เป็น การมอบที่ดี มากเลยเพราะ มันให้ความรู้สึกดีกว่า เอาเสื้อมาแจกน้องๆตามปกติ แต่ บางคนไม่รู้จะรู้หรือเปล่าว่าไอ้ผ้าปิดตาพวกเอ็งน่ะ มัน เป็นเสื้อ (สังเกตจากกลิ่นงัย)
การแสดง แต่ละชั้นปีนี้ จะขอเรียงลำดับดังนี้ (พี่โบ๊ทกะพี่เอ๊าะ A10 เป็นพิธีกร )
1. ปี1. สโนว์แบลก กะ ตาแป๊ะทั้ง 7(โดนกินไปสองเหลือ5) แม่มด น่ากลัวมากๆ + มีการสับสน ว่า สโนว์มันจะ แบลก หรือจะไวท์
2. ปี2. โชว์ร้องเพลง ชอบมากตรงที่ โบ๊ทแลนด์ซึ่งดีดกีต้าร์ ร้องเพลง สรรสร้าง ได้อารมณ์มากๆ (พี่โบ๊ท ให้จังหวะ ป๊อป ป๊อป ป๊อปไป)
3. ปี4. โชว์เต้น เพลง 3เพลง คือ เพลงบอกเขาฉันโทรผิด ผิดเองที่เป็นคนมาทีหลัง ของเป็กออฟไอซ์ โดยหนุ เดียว และตอย เจ๋ง + ฮา / กลุ่มสาวๆ สา ปัท ........ เต้นเพลงลุกทุ่ง จำชื่อไม่ได้ แต่เราได้ยินเพลงนี้ในแทกซี่มาหลายครั้ง ชอบนะ / เพลงก็ใจมันหายละลายละลาย ของ โฟร์ มด โดยโดมกับปาย ฮาได้อีก ฮาได้อีก
4.โชว์พิเศษ ของ แนท เม่น เจ๊ปันปี2 แมค และ เซฟ เต้นเพลงอะไรสักอย่าง มีเก้าอี้ด้วย คนดูกรี๊ด กันต่อเนื่องเหี้ยๆ ได้ใจเต็มๆ (ชอบมากๆ ตอน แนท ตอนคลานเข้าไปหาพี่เอ๊าะ นี่มันสุดๆ จริงๆ + ฉากถอดเสื้อน้องรัฐนี่ สุดๆ / เซฟ ก็ จูจุ๊บกะว่านได้อีก / แมคกะเซฟก็คอสตูมสุดยอด ) โชว์ชุดนี้ ทำเอาแฟนคลับ น้องว่าน น้องแมน น้องรัฐ ทำใจไม่ได้ หลายๆคน 55+
5.ปี5. ไม่มีโชว์(มีความรู้สึกว่า 4ปีที่ไปทริป เหมือน รุ่นนี้เขาไม่ค่อยได้แสดงยังงัยไม่รู้)
6.พี่บัณฑิตโชว์จันทโครพ โดย พี่หมุเป็น ตัวหลักในการ จัดการแสดง พี่โบ๊ทเป็นจันทโครพ ส่วนนางโมราคือ น้องปี1 ชื่อเบลล์ ฮาตอน ที่ ทุกคนแย่งน้องเบล์ กะเก้าอี้ที่น้องเบล์นั่งมาเชยชมดมดอมนี่แหละ
7.ปี3 พวกหวานออกมา เล่นดนตรี เป็นวงสาวล้วน สุดยอดไม่นึกเลยว่าน้องๆ สาวๆ ทุกคน ในวงจะเล่นได้ขนาดนี้ .......ไปเรียนตีกลอง/กีต้าร์/เบส กันตั้งแต่เมื่อไหร่
***** น้องๆ a15 คงรู้ตั้งแต่ตอน เข้าฐานแล้วล่ะ ว่า พวกพี่ๆ นั่น ใจดีเฮฮาปาร์ตี้ขนาดไหน
***** อยากแสดง มั่งจัง แต่ เสียดาย ไม่ไหว เพราะไอ้เรื่องเจ็บคอนี่แหละ
หลังจากนั้น ก็เป็นการแสดงคอนเสิร์ตของ วงดนตรีแต่ละชั้นปี ป็อปก็เอา เหล้า มาตั้ง พร้อมน้ำเปล่า2ขวดใหญ่ๆ แบบขวด ที่วางบนตู้กดน้ำ อ่ะ ประเด็นคือ "เห็น น้องอัน คว้าขวดเหล้าไปคนแรก และหายเข้าไปในฝูงชนปี1 ทันที"
เรา เต้น วงดนตรีแรกไป 2-3เพลงและก็ หลบฉากกลับห้องพัก อาบน้ำแล้วก็ นอน เพราะ เมื่อคืนไม่ได้ นอน รู้สึกกังวลมากๆ เพราะ เจ็บคอไม่หายซะที เอาล่ะสิ จะเป็นอะไรไหมนะ ก็อาบน้ำและนอนตอนเที่ยงคืน เป๊ะๆ (วันนี้นอนห้อง พวกมิ้งค์)
13กค.51
ตื่นมาตอน ตี4 เพราะได้ยินเสียงแปลน กะ ต่อร้องเพลง ผิดเองที่เป็นคนมาทีหลัง ของเป็กออฟไอซ์ดังมาก มาจากข้างนอก ลุกมาเข้าห้องน้ำ อ้าวข้างนอกฝนตก อีก กลับมานอนแต่ไม่หลับซะที เพราะ อ๊อฟกรนดังสุดๆ (ขอโทษทั้ง 4 คนด้วยที่เมื่อคืน แย่งเตียงไปเฉยเลย) สุดท้ายอาการเจ็บคอก็ไม่ดี ขึ้นเลย แล้วก็ อยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นไปจนกระทั่ง 6โมงครึ่ง ทริปนี้ อดดูพระอาทิตย์ขึ้นทั้ง 2วันเลยแฮะ ตื่นมาก็อาบน้ำ และออกไปเดินเล่น วันนี้ดื่มแต่น้ำ อุ่น
เจอ ไอ้เกี๋ยน เกี๋ยนบอกว่า ไม่ได้ดื่มแต่ตัวเองเป็นคนเก็บศพยังไม่ได้นอนเลย จะชายหรือหญิงก็ สุดๆ พอๆกันแถม ยังโดนปลุกด้วย การปัสสาวะของเพื่อนอีก (มายืนฉี่ใส่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้) มันเป็นธรรมดา นะน้อง
ข้าวเช้าวันนี้ เป็น ข้าวสวย ข้าวผัดและ ผัดกระเพราสุดเผ็ด (เราเลยจิกไข่เจียวของพี่ๆ ปี5ที่นั่งกันตรงนั้น และสั่งเพิ่ม มากิน ขอบคุณมากๆ เลยครับพี่......หลายๆคนบอกว่าอยากกินข้าวต้มมากกว่า) อยากดื่มโอวัลตินให้ลวกคอ แต่หมด พี่เจ้าหน้าที่บ้านพักก็อุตส่าห์ขับรถไปซื้อ แต่ กว่าพี่จะเอามา เราก็ อิ่ม ไปชงมากินไม่ไหวแล้ว
ได้ข่าวมาว่า
1.อาจารย์เต้ เมื่อคืนใช่ย่อยทีเดียว ตอนนี้ อาจารย์หนุ่มวัย 31 จากศิลปากร กลายเป็นรุ่นพี่คณะเราไป เรียบร้อย 55+ นี่คือ Man of the night เมื่อคืนสินะ
2.มีเด็กปี1เป็นโรคกระเพาะ แต่ เสือกไม่กินอะไรเลย แต่กินเหล้าเลยอาเจียนออกมาเป็นเลือด เมื่อคืนวุ่นวายกันใหญ่ อาจารย์เต้กะพี่หนกต้องพาไปรพ. กลับมาเมื่อเช้า เวรกรรม!!!!!
3.เมื่อคืนพวกเรา โดนผู้จัดการรีสอร์ทไล่ที่ ตอนตี1 ประมาณว่าร้องๆกัน อยุ่ดีๆ มาเก้บ เวทีเฉยเลย พวกเราเลยต้องแยกย้ายกันไป พวกปีเรา ก็มาต่อกันที่ ที่กินข้าวริมหาด
หลังจากทานข้าวแล้วก็ได้เวลาถ่ายรูปตามอัธยาศัย ทั้งรูปถ่ายชั้นปี / รูปถ่ายสายรหัส (ปี1-5 มากันครบ ยกเว้น น้องปี1ของโย่และพี่ปี5 ที่ซิ่วไป / ไอ้เอี่ยวน้องตรงเรา รุ่นพี่ ที่แก่กว่าปี5 มากันสองคนคือพี่ ทอมA10 และ พี่แพรวA09พี่แพรวโดนแซวใหญ่เลย .....ปูชนียบุคคลของสาย )/รูปถ่ายน้องโรงเรียน(ขอบคุณน้องโรงเรียนมากเลยที่ช่วยกันตามกันมาจนครบ) แล้วก็กลับขึ้นรถกลับกรุงเทพ รถออกจาก ที่พักตอน เที่ยงสี่สิบกว่าๆ ก่อนกลับไอ้ปอมมาเอากระเป๋าตังคืน ดีที่ไม่ลืม
ขากลับรถจอดให้ พวกเรามากินข้าวริมทะเล ที่ ชายหาดแม่พิมพ์อีกจุดนึง มันเป็นเก้าอี้ชายหาดและ ร่มกางไว้ให้เช่า และมีร้านของฝากอยู่ มีม้านั่ง อยู่ตัวนึงไม่มีร่ม แถมไม่คิดเงินอีกต่างหาก เราเลยนั่งตรงนี้แต่ ข้างใต้เป็นรังมดนะ คนที่นั่งด้วยมี เรา ก้างปลา แคร์ มุก
ขอสรุป ความห่วยที่เกิด ขึ้นดังนี้
-อาหารแพงมหาโหด จะเอากำไร ไปไหน
-บริการช้ามากๆๆๆๆๆ (แต่ก็เข้าใจเพราะอยู่ๆ มากันตูม ทีเดียวเลย....แต่ ตอนพวกเราไป เร่งเขาหรืออะไร นี่แบบว่า ทำหน้าไม่ค่อยดีเลยอ่ะ แต่ตอนเราเรียกมาสั่งอาหารแรกสุด นี่อย่างยิ้ม) เลย ไปซื้อทุเรียนทอด เป็นของฝากมาซะเลย
-สั่งส้มตำไทยมา 2จานเพราะ ส้มตำไทยถูกสุด ในบรรดาส้มตำ สั่ง เผ็ดกะไม่เผ็ด มาอย่างละจาน แต่เสือกเอา เผ็ดมา 2จาน เผ็ดเหี้ยๆๆๆๆ สั่งให้เอากลับไปแก้ไขจานนึง แต่ มัน รีดนเวตส้มตำโดย หยิบพริกออก(รู้เพราะ มันยัง เอาพริกออกไม่หมด แถมน้ำส้มตำก็ มีเม็ดพริกลอยฟูฟ่อง เลยเอาคืนเลย ที่สำคัญเหมือนจะ ทำเพียงเปลี่ยนสีจาน ให้เป็นจานอีกสีด้วยสิ ) ที่สำคัญคือไอ้จานเผ็ดอีกจานที่เหลือน่ะ มะเขือเทศเน่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
-สั่งไก่ย่างข้าวเหนียว นานมากๆ พอไปเร่งเข้า บอกว่าไก่หมด แสด ให้รอ เกือบครึ่งชั่วโมง
-ทะเลเผาค่อยดีหน่อย แต่ 100 บาทได้ จานเท่ากระดาษเอสี่ มันก็แอบแพง
-ทนไม่ไหว เลยสั่งไข่เจียวมากิน ไข่2-3ฟอง ไข่เจียวหมูสับแต่ เสือกขายราคาเท่าไข่เจียวทะเล คือ 80 บาท ช่างแม่ง สั่งมากินด่วน ปรากฏว่านานมากกว่าจะได้ แถมตอนได้มา ดันเป็นไข่เจียวโปะข้าว ดีที่มัน แก้ไขออกมาเป็นไข่เจียว จานใหญ่ 1จาน และดูท่าไม่ได้รีโนเวตไข่ + มุก ซื้อไก่ย่าง จากอีกร้านมา
-คิดเงินช้า แอบมีการโยนงาน กัน ด้วย ตอนแรกว่าจะ เอาเรื่องนี้ลงเวบพันทิป แต่ ในฐานะที่เก้าอี้ที่เรานั่ง มันไม่คิดเงิน เพราะ ไม่ใช่เก้าอี้เอน ตามชายหาด(ชมละ 20.) และที่สำคัญ "มันลืมคิดเงินทะเลเผา 100บาท" ดังนั้น ค่าน้ำ น้ำแข็ง ส้มตำ ข้าวสวยสองจาน และ ไข่เจียว 1จาน รวมกัน 170 บาท (ดีที่ตอนเราท้วงเรื่องทะเลเผา เรา ท้วงกับมุกเบาๆ สรุป คือ เชิดทะเลเผา ซะเลย ) สรุปคือ ร้านแถบนี้จะไม่มีเด็กถาปัดเกษตรมากินอีกต่อไป !!!!!!
แวะพักที่ ปั๊มน้ำมัน และ พักที่ ร้านขายของฝากขนาดใหญ่ ร้านนึง ตึกออกสีเขียวๆ อันนี้ดีมากๆ เพราะ เป็นร้านใหญ่ มีห้องพักคนขับรถ และ มีโรงอาหาร ด้วย (โรงอาหารเงียบเหงามากๆ )แต่ น่ากลัวเพราะ มีรถทัวร์รับน้อง มหาลัยอื่น มาจอดด้วย ดูท่าเขา เละ กว่าพวกเราเยอะ ดีที่ไม่มีเรื่องกันระหว่างสถาบัน จุดเด่นของที่นี่คือมีของหลากหลาย ที่สำคัญคือ ระบบปรับอากาศที่นี่ใช้พัดลม กับ น้ำ เหมือนที่เห้นในเล้าหมุน่ะ เจอ ผนังที่มีน้ำผ่านตลอดเวลา จากกระดาาแบบเดียวกับ กระดาษในสแครบแลบเลย เลยถ่ายรุปกะ ถาม ผู้จัดการ ปรากฏว่าเขาให้โบร์ชัวรื ระบบปรับอากาศ แบบนี้มาด้วยเลย
ขากลับมีการเมาบางส่วนเพราะ ได้ ข่าวว่าซื้อเครื่องดื่มเพิ่ม แถมบางคนลงไปทั้งๆที่ไม่ใส่เสื้ออีก เอ่ออออ อ่านะ พวกเรา มาลงกันที่ ร้านโอยัวะ ตรงข้ามประตูงาม2 เลยร้านมานิดนึง เป็นบ้านคน แต่ ให้ตายเหอะ พวกไอ้ตั้ว ฉี่ใส่กำแพง ซะงั้น (ฟุตบาธ ถนนงามวงศ์วาน+ มีคนผ่านไปมาเพรยบโดยเฉพาะ รุ่นพี่รุ่นน้อง) คนเหยียบก็ เหยียบกันไป ใครลากกระเป๋าทับนี่ไม่อยากคิดเลย แล้วก็ไปตามาร์ทเพราะ พอดี พ่อปุ้ยมารับ (พ่อเราให้กลับเอง) พ่อปุ้ยมาส่งเราถึงบ้านเลย และ ก็
จบทริปนี้ อย่างแท้จริง
แต่ แม้จะจบทริปแต่ การเจ็บคอยังไม่จบแถมยังลุกลามใหญ่โต กลายเป็น คอแดงมากๆ วันนี้ (14กค.) เลยไปสถานพยาบาล ดีที่ ตลอดการเดินทางไปสถานพยาบาล มีพ่อ ช่วยเป็นธุระให้
-รอหมอนานมาก ๆ ได้ข่าวว่าสถานพยาบาลเปิด 8โมงแต่หมอมา 9โมงกว่าๆ เลย มาใหม่ตอน 11 น หลังเรียนอาจานเอกเสร็จ
-หมอ แทบไม่ถามอะไรเลย พอบอกว่าเราเจ็บคอ ทานยาเอมอกซี่อาร์เอกซ์ 500 อมยาอม ดื่มน้ำอุ่นก็ไม่หาย หมอบอก งั้นเปลี่ยนยาเลยละกัน และ ช่วงนี้มห้งดใช้เสียง แล้วก็ ให้เราเดินเอาใบจ่ายยามา ห้องจ่ายยา (เวลาตรวจไม่ถึง 3นาทีเร็วเหี้ยๆ) ได้ยาฆ่าเชื้อ กะยาอม!!!!!!(บอกว่ายาอมใช้ไม่ได้ผล!!!!!!!!!!!!!!!!! )
-มาซื้อโจ๊กที่บาร์ใหม่กว่า กลับไปกินคณะ เพราะ ขี้เกียจเดินไปเดินกลับเอง ไหนๆ พ่อก็อยู่ด้วย อีกอย่างเดินไม่ไหว ด้วยอ่ะ ได้ ข่าวจากก้อง ว่า ชวลิต จะ สอบย่อย เฮ้ย ควย มาบอกอะไร ตอนนี้ ช่างแม่งไม่อ่าน อะไรแล้วอ่านไปก็ไม่เข้าใจ แต่ไปๆมาๆ โอเพ่นบุ๊คซะงั้นก็ยังดี เราเปิดหารูปภาพ ที่มีในข้อสอบ รูปอะไรมีในหนังสือเราก็ลอกคำบรรยายใต้ภาพมาเลย ไม่ดูแล้วว่ามันบรรยายอะไร ไว้อะไร หาไม่ได้ ช่างแม่ง แล้ว ออกตอน บ่ายโมง(วิชานี้เรียนตอน 12น.เป็นต้นไป แน่นอน สอบวันนี้ก็เริ่ม บ่ายโมงด้วย) หลังจากนั้น ก็ ดิ่งกลับมาบ้าน กินยาแล้วนอนเลย อารมร์เดียวกับ ตอนป่วยตอน ที่อดไปสุโขทัย เลย
ไอ้ห่า ปี51 นี้ป่วยไป 2 หนแล้ว ดีนะ ที่คราวนี้ ยังไม่พบว่า มัน ลามไปกลายเป็นหวัดใหญ่โต แต่ก็ทำให้เราเพลียมากๆ +ไม่สามารถพูดคุยอะไรได้เลย ทั้งๆที่หลังไป ทริปน่าจะเป็นช่วงที่เราได้ คุยกับน้อง หรือ เพื่อนๆ อย่างสนุกสนานแท้ๆ เซ็งว่ะ นี่ถ้าลามไปเป็นหวัดใหญ่โต นี่เซ็งอ่ะเพราะ นี่มัน จะ หยุดยาวรับปริญญาแล้ว เปิดมาก็มีสอบมิดเทอมกะส่งงานอีก ถ้าป่วยตอนนี้จบเห่ แน่นอน แต่ เรื่องที่ชัวร์ที่สุดคือ เราคงไม่ร่าเริงไป เป็นอาทิตย์แน่นอน เพื่อนๆ ก็ระวังหวัดเราให้ดี นะ
ขอโทษ เม่น บอย โย่ ก้างปลา โบซิ้มมากๆ เลยสุดท้ายวันนี้ก็ไม่ได้เอารูป ให้ ทั้งที่เซฟเข้าแฮนดี้ไดรฟ์มาแล้ว กะขอโท แป๋มกะกู๋มากเลย ที่วันนี้ลืมเอาเสื้อทริปไปให้ วันนี้แบบว่ามึนจริงๆ อ่ะ ส่วน ตอนรอยต่อระหว่างชั่วโมงเรียนเราก็ ไปสถานพยาบาลตั้งนาน
ปีนี้ขอตินิดนึงตรงที่ว่า
ด้านรถโดยสาร คันของเรา ดีนะเขาเอนเตอร์เทนดี แต่ ......
1.หน้าต่างรถมันเปิดได้ไม่หมดทั้งคัน ด้านหน้ามันเป้นกระจกติดตาย(เป็นดีไซน์ของรถ) แม้จะมีพัดลมเยอะ ก็เถอะ แต่ การกมุนเวียนมันก็ไม่ดี จริงๆ
2.ขากลับ เปิดเพลงดังพอๆกับขาไปแถมเป็นเพลงลูกทุ่งด้วย ก็ดี หรอกแต่ หูมันชาไปหมดเลย ที่จริงเขาน่าจะรู้นะว่าพวกเราไม่เฮฮาเหมือนขามาแล้ว น่าจะเปิดเฉพาะ ตรงห้องคนขับ
ส่วนที่พัก
1.เรื่องเล็กๆน้อยๆ เขาดูแลเรานะ เช่น โอวัลตินหมดก็ออกไปซื้อ (สุดท้ายเราเองที่ไม่ได้ ซื้อกินเพราะอิ่มข้าวพอดี) ขอใช้ปลั๊กไฟในครัว เสียบชาร์ตแบตกล้องเขาก็ให้ อันนี้ต้องขอขอบคุณ
2.ติตรงที่ว่า น้ำอาบ-น้ำประปา มันกร่อยเกิ้น + ปลั๊กไฟมีน้อยมากๆ ต้องแย่งกันเสียบชาร์ตมือถือกับกล้อง เราเลยเนียนไปขอชาร์ตที่ครัวแทน 55+ แต่ต้องรีบเพราะกลัวหาย เลยชาร์ตแป๊บเดียว
ขอขอบคุณจากใจ
1.น้องๆปี1 A15 ทุกคน ที่มาเป็นพี่เป็นน้องกัน ได้ เฮฮา ด้วยกัน ต่อไปนี้ฝากตัว ด้วยนะ
2.น้องๆปี2A14 ที่ดูแลน้องและใกล้ชิดกับน้อง มาตลอด ขอบคุรมากๆ
3.น้องๆปี3A13 ที่เป็นแกนหลักในกิจกรรม ปีการศึกษานี้หนักหน่อยทั้งกิจกรรมและการเรียน ก็เป็นกำลังใจต่อไป
4.เพื่อนๆปี4A12 ที่ไป เฮฮา กันโดยเแพาะ ตากล้องทุกคน / เพื่อนๆ แห่งห้องสาวๆ ปลอดแอลกอออล์(จิน ปุ้ย ดา แคร์ มุก )และ เพื่อนๆห้องหนุ่มๆ ปลอดแอลกอฮอล์ .....แต่ก็ ดื่มไปใช่ย่อย ดีนะ ที่แค่เบียร์ (มิ้งค์ ก้อง ตี๋ อ๊อฟ)/ ปุ้ย+คุณพ่อปุ้ยที่มาส่งเราถึงบ้าน
5.อาจารย์เต้ และอาจารย์เม่น ผู้ดูแลกิจกรรม
หากเราได้ แสดง อะไรที่ไม่ดีออกไปทั้ง ตอนอยู่ที่ทริปก้ดี หรือ อาจมีการพาดพิงถึง ในบลอกนี้ ก็ดี เราก็ต้องขอโทษเพื่อนๆ ที่ ได้รับผลการกระทำของเรา ด้วย รูปถ่ายที่ทริปทั้งหมด ที่เรา ถ่าย เราจะเอาไปปล่อย ที่ คอม ห้องเรียนชั้น 6นะ
edit @ 15 Jul 2008 06:39:25 by tootoo